สูตรมาร์ติงเกล เจาะวิธีเดินทุนยอดนิยม วางไม้ต่อไปอย่างมีขั้นตอน

ไม่มีใครรู้ได้แน่ชัดว่าผลของรอบถัดไปจะออกมาแบบไหน หลายคนจึงสนใจวิธีจัดเงินที่ช่วยกำหนดทางเลือกของไม้ถัดไปไว้ตั้งแต่ก่อนเริ่ม สูตรมาร์ติงเกลเลยถูกนำมาศึกษาในมุมนี้ เพราะมีแนวทางขยับเงินทุนที่ตรวจสอบได้ทุกขั้น ทำให้ผู้เล่นเห็นภาพว่าควรเตรียมงบเท่าไรและแผนจะขยายไปถึงจุดไหน หากนำมาใช้กับ บาคาร่าออนไลน์888 อย่ามองเฉพาะยอดของไม้ถัดไป แต่ต้องดูด้วยว่าทุนรองรับได้กี่รอบและพร้อมรับการขาดทุนมากที่สุดเท่าไร โดยไม่ตัดสินใจจากความต้องการเอาคืนเพียงอย่างเดียว แนวทางนี้จึงน่าสนใจสำหรับคนที่อยากวางเดิมพันตามกรอบที่กำหนดไว้ แต่ยังต้องอาศัยวินัยและการควบคุมทุนอย่างรอบคอบทุกครั้ง

สูตรมาร์ติงเกล

เงินเดิมพันจะขยับสูงเพียงใด หากใช้มาร์ติงเกลหลายไม้ติดกัน

ลองมองจากตัวเลขสะสมจะเห็นภาพชัดที่สุด สมมติเปิดไม้แรกที่ 10 บาท แล้วเพิ่มเป็นสองเท่าทุกครั้งที่แพ้ ยอดแต่ละไม้จะกลายเป็น 10 , 20 , 40 , 80 และ 160 บาท แม้ไม้แรกจะใช้เงินเพียงเล็กน้อย แต่พอเดินมาถึงรอบที่ห้า ยอดเงินสะสมที่ลงไปทั้งหมดจะเพิ่มเป็น 310 บาท สาเหตุที่ช่วงท้ายใช้ทุนสูงกว่าที่คาด เป็นเพราะยอดใหม่คำนวณจากไม้ก่อนหน้า ไม่ได้เพิ่มขึ้นครั้งละเท่าๆกัน แต่ถ้าเลือกเปิดเดิมพันด้วยเงิน 50 บาท ลำดับเดียวกันจะขยับเป็น 50 , 100 , 200 , 400 และ 800 บาท ทำให้ยอดสะสมแตะ 1,550 บาทในเวลาเพียงห้ารอบ จึงเห็นได้ว่าไม้เปิดมีผลโดยตรงต่อเงินทุกก้อนที่ตามมา ยิ่งเริ่มสูงและเจอผลแพ้ต่อเนื่องนานเท่าไร ทุนที่ต้องรองรับก็ยิ่งขยายตัวเร็วขึ้นเท่านั้น

เมื่อชนะหนึ่งไม้ ยอดทบจากรอบก่อนถูกชดเชยแบบไหน

ยอดเดิมพันไม้สุดท้ายในระบบมาร์ติงเกลถูกกำหนดให้สูงพอสำหรับดึงเงินที่เสียไปก่อนหน้ากลับมา พร้อมเหลือส่วนต่างตามยอดเปิดของรอบนั้น เปิดรอบด้วยยอด 10 บาท แล้วผลออกแพ้สองครั้ง เงินที่ใช้ไปในสองรอบแรกจะมียอดสะสม 30 บาท ส่วนไม้ถัดไปต้องเพิ่มเป็น 40 บาท หากรอบนี้ชนะด้วยอัตราจ่าย 1 ต่อ 1 กำไรที่ได้ 40 บาทจะนำมาหักกับยอดขาดทุนสะสม 30 บาท จึงเหลือกำไรจริง 10 บาทตามเงินเริ่มต้น

หากรอบที่ชนะได้รับเงินคืนต่ำกว่าที่คำนวณไว้ อาทิ คืนกำไรเพียง 95% ของยอดที่วาง ผลตอบแทนจากไม้ชนะจะเหลือ 38 บาท ทำให้กำไรสุทธิหลังหักยอดเดิมเหลือเพียง 8 บาท และอาจไม่ตรงกับตารางทบสองที่วางไว้ ยอดเดิมพันถัดไปจึงต้องพิจารณาจากกำไรที่ได้รับจริงในไม้ก่อนหน้า นอกจากนี้ การปิดรอบด้วยผลชนะไม่ได้แปลว่าแผนนี้ปลอดภัย เพราะหากแพ้ยาวกว่าที่ทุนรองรับ เงินอาจหมดหรือยอดไม้ถัดไปอาจเกินเพดานก่อนที่จะมีโอกาสชดเชยความเสียหาย

ดูผลลัพธ์ของสูตรมาร์ติงเกลเมื่อแพ้สั้น แพ้ยาว ทุนไม่พอ

ตั้งงบสำหรับรอบนี้ไว้ที่ 1,000 บาท และกำหนดเงินไม้แรกไว้ที่ 30 บาท หากผลสองรอบแรกออกแพ้ ผู้เล่นจะเสียรวม 90 บาทจากยอด 30 และ 60 บาท รอบที่สามจึงต้องเพิ่มเป็น 120 บาทตามสูตร หากไม้ดังกล่าวกลับมาชนะด้วยอัตราจ่าย 1 ต่อ 1 จะได้รับกำไร 120 บาท เมื่อลบเงินที่เสียก่อนหน้าแล้วจะเหลือกำไรจริง 30 บาท สถานการณ์นี้ยังถือว่ารับมือได้ เพราะใช้เงินทั้งชุดเพียง 210 บาท และยังเหลือทุนสำหรับเริ่มรอบใหม่

ในสถานการณ์ที่ผลแพ้กินระยะยาวถึงห้ารอบ เงินจะถูกใช้ตามลำดับ 30 , 60 , 120 , 240 และ 480 บาท รวมยอดขาดทุนเป็น 930 บาท ขณะที่รอบถัดไปต้องวางสูงถึง 960 บาท ซึ่งเกินกว่าทุนที่เหลืออยู่ทันที ต่อให้เตรียมเงินไว้มากกว่านี้ก็ยังอาจติดเงื่อนไขของโต๊ะ หากกำหนดวงเงินเดิมพันสูงสุดไว้เพียง 500 บาท สูตรก็จะหยุดตั้งแต่ก่อนวางไม้ 960 บาท เมื่อไปไม่ถึงรอบชนะ ยอดที่เสียสะสมทั้งหมดจะค้างอยู่โดยไม่มีไม้ถัดไปมาชดเชย

สูตรมาร์ติงเกล

ทุนก้อนเดิม หากเปลี่ยนยอดไม้แรก ผลลัพธ์จะต่างกันอย่างไร

ผลลัพธ์ของมาร์ติงเกลดูได้จากสัดส่วนเงินไม้แรกเมื่อเทียบกับทุนทั้งก้อน หากมียอดรวม 2,000 บาท แล้วเปิดเพียง 20 บาท เท่ากับนำทุนมาเสี่ยงรอบแรกแค่ 1% จึงยังเหลือพื้นที่สำหรับขยับยอดได้หลายครั้ง แต่ถ้าเปิดที่ 100 บาทตั้งแต่ต้น สัดส่วนจะเพิ่มเป็น 5% และทุกครั้งที่ทบ ยอดใหม่ก็จะกินทุนมากขึ้นตามฐานที่สูงกว่าเดิม ความต่างจึงไม่ได้มีแค่กำไรต่อรอบ เพราะยอดเปิดเล็กช่วยยืดระยะของเงิน ส่วนยอดเปิดสูงทำให้ช่วงแพ้เพียงไม่กี่ครั้งส่งผลต่อทุนอย่างชัดเจน

วิธีเช็กจำนวนไม้ที่เงินรองรับได้แบบไม่ต้องไล่บวกทีละรอบ คือหารทุนทั้งหมดด้วยยอดเริ่มต้น แล้วนำผลลัพธ์ไปเทียบกับตัวเลขสะสมของการทบ ได้แก่ 1, 3, 7, 15, 31 และ 63 แนวคิดนี้ยังช่วยให้มองเห็นความแตกต่างระหว่างมาร์ติงเกลกับ สูตรแทงทบ 1-3-2-4 ซึ่งมีลำดับเพิ่มเงินและระดับความเสี่ยงไม่เหมือนกัน ตัวอย่างเช่น ทุน 2,000 บาทกับไม้แรก 50 บาท จะได้อัตราส่วน 40 เท่า จึงรองรับยอดสะสมได้ถึงระดับ 31 เท่า หรือประมาณห้าไม้ แต่ยังไม่เพียงพอสำหรับระดับ 63 เท่าของไม้ที่หก หากลดเงินเปิดเหลือ 25 บาท อัตราส่วนจะเพิ่มเป็น 80 เท่า ทำให้ทุนรองรับการเดินเงินได้อีกหนึ่งรอบ สรุปง่ายๆ คือ เงินตั้งต้นยิ่งกินสัดส่วนของทุนน้อย จำนวนไม้สำรองก็ยิ่งมากขึ้น แต่เมื่อขยับยอดเปิดสูงขึ้น ระยะที่ทุนพาไปได้จะสั้นลงทันที

ทำไมมาร์ติงเกลอาจคืนทุนไม่ครบ เมื่ออัตราจ่ายต่ำกว่าหนึ่งต่อหนึ่ง

มาร์ติงเกลจะชดเชยยอดเสียได้ตรงตามแผน ก็ต่อเมื่อเงินเดิมพันที่ชนะสร้างกำไรได้เต็มเท่ากับยอดที่วาง แต่ในตลาดที่มีค่าน้ำต่ำกว่าหนึ่งต่อหนึ่ง ผลตอบแทนบางส่วนจะถูกหักออกไปตั้งแต่ต้น ทำให้ยอดทบที่เพิ่มขึ้นสองเท่าอาจไม่มากพอสำหรับปิดยอดขาดทุนเดิมพร้อมกำไรตามเป้าหมาย แม้หน้าบิลจะแสดงผลชนะ เงินสุทธิที่กลับเข้ามาก็อาจเพียงช่วยลดจำนวนที่เสีย หรือคืนทุนได้แค่บางส่วนเท่านั้น จึงไม่ควรมองคำว่า ชนะ ว่าหมายถึงการจบรอบได้สมบูรณ์เสมอไป

เมื่อค่าน้ำของตัวเลือกเปลี่ยน ยอดที่ใช้ในรอบถัดไปก็ควรถูกปรับตามไปด้วย เพราะผลตอบแทนจริงของแต่ละตลาดไม่เท่ากัน วิธีคิดที่เหมาะสมคือดูยอดขาดทุนคงเหลือ กำไรที่ต้องการ และเรทจ่ายล่าสุดร่วมกันก่อนกำหนดเงินไม้ใหม่ ไม่ใช่นำตารางทบชุดเดิมไปใช้กับทุกประเภทเดิมพันแบบตรงๆเนื่องจากตลาดที่จ่ายเต็ม ตลาดที่มีค่าน้ำลด และตลาดที่มีเงื่อนไขคืนบางส่วน ล้วนให้ผลลัพธ์ต่างกัน หากไม่แยกคำนวณ ยอดเดินเงินอาจดูถูกต้องบนกระดาษ แต่ไม่ตรงกับเงินที่ได้รับจริงหลังตัดสินผล